ธุรกิจของบริษัท

บริษัท เอ็ม พิคเจอร์ส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (MPIC)

ปัจจุบันบริษัท เอ็ม พิคเจอร์ส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจด้านการลงทุนในบริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจสื่อภาพยนตร์ การจัดหาลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ไทยและภาพยนตร์ต่างประเทศเพื่อฉายผ่านโรงภาพยนตร์ชั้นนำ ของประเทศไทยพร้อมทั้งจำหน่ายลิขสิทธิ์ผ่านทางสื่อทีวี ในรูปแบบฟรีทีวี เปย์ทีวี และ วิดีโอออนดีมานด์ตลอดจนสื่อทางด้าน Digital ต่างๆ พร้อมทั้งการลงทุนในบริษัทที่ประกอบธุรกิจผลิตภาพยนตร์ไทย และสื่อโฮมเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ทำให้กลุ่มบริษัทสามารถสร้างรายได้ ครบทุกช่องทางอันก่อประโยชน์สูงสุดด้านรายได้ให้กับธุรกิจของกลุ่มบริษัท

ลักษณะผลิตภัณฑ์หรือบริการ

ลำดับ บริษัท ประเภท/รูปแบบผลิตภัณฑ์และบริการ ช่องทาง หมายเหตุ
1. บมจ. เอ็ม พิคเจอร์ส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ลงทุนในธุรกิจจัดหาและซื้อลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ต่างประเทศทั้งจากเอเชีย ยุโรป และอเมริกาและลงทุนในธุรกิจสื่อโฮมเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ พร้อมทั้งธุรกิจผลิตภาพยนตร์ไทย ลงทุนผ่านบริษัทย่อยของบริษัท -
2. บจ. เอ็ม พิคเจอร์ส จัดหาและซื้อลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ไทยและภาพยนตร์ต่างประเทศ ทั้งจากเอเชีย ยุโรป และอเมริกา ฉายผ่านโรงภาพยนตร์ และจำหน่ายสิทธิในช่องทางต่างๆ -
3. บจ. เอ็ม วี ดี จัดหาและซื้อลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ต่างประเทศ และภาพยนตร์ไทย จัดทำในรูปแบบ วีซีดี,ดีวีดี,บลูเรย์ จัดทำภาพยนตร์เป็น สื่อประเภทโฮมเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ -
4. บจ. แปซิฟิค มีเดีย เซลล์ ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่าย ให้เช่า แผ่นซีดี แผ่นวีดีทัศน์ ที่เกี่ยวกับภาพยนตร์ ละคร รายการโทรทัศน์ เพลง ดนตรี เกมส์ จำหน่ายผ่านทางตัวแทนจำหน่ายและให้เช่าในศูนย์เช่า -
5. บจ. เอ็ม เทอร์ตี้ ไนน์ ผลิตภาพยนตร์ไทย ฉายผ่านโรงภาพยนตร์ และจำหน่ายสิทธิในช่องทางต่างๆ -
6. บจ. ทาเลนต์ วัน ดำเนินธุรกิจพิมพ์และจัดจำหน่ายพอตเก็ตบุ๊ค และดำเนินการผลิตภาพยนตร์ไทย ร้านขายหนังสือชั้นนำ, ฉายผ่านโรงภาพยนตร์ และจำหน่ายสิทธิในช่องทางต่างๆ -
7. บจ. ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม ผลิตภาพยนตร์ไทย ฉายผ่านโรงภาพยนตร์ และจำหน่ายสิทธิในช่องทางต่างๆ -
8. บจ. เมเจอร์ กันตนา บรอดเเคสติ้ง ดำเนินธุรกิจเคเบิ้ลทีวี และโทรทัศน์ดาวเทียม ผ่านเคเบิ้ลทีวี ช่อง M Channel -
9. บจ. เอ็มวีพี เอ็ม พิคเจอร์ส ฟิล์ม ดิสทริบิวชั่น (ลาว) จัดจำหน่ายภาพยนตร์ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ฉายผ่านโรงภาพยนตร์ และจำหน่ายสิทธิในช่องทางต่างๆ -
10. บจ. เมตาคอกนิชั่น ผลิตสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ ออนไลน์และออฟไลน์ -

การตลาดและภาวะการแข่งขัน

นโยบายการตลาดและกลยุทธ์ทางการตลาด

กลยุทธ์ทางการตลาด

  • กลยุทธ์ด้านคุณภาพของภาพยนตร์
    กลุ่มบริษัทมุ่งเน้นจัดหาลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ไทยและภาพยนตร์ต่างประเทศ และการผลิตภาพยนตร์ไทย รวมทั้งการผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ในรูปแบบ วีซีดี, ดีวีดี และ บลู – เรย์ ตลอดจนช่องทางอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นช่องทางในรูปแบบ Free TV และ Pay TV ตลอดจนสื่อทางด้าน Digital เช่น Video On Demand ที่สามารถเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในธุรกิจบันเทิงให้ครอบคลุมทุกช่องทางเพื่อเป็นการบริหารจัดการสิทธิให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเน้นภาพยนตร์ที่มีคุณภาพหลากหลายประเภท โดยภาพยนตร์ที่ทางกลุ่มบริษัทจัดซื้อลิขสิทธิ์ ทางบริษัทจะสรรหาจากแหล่งภาพยนตร์ที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับ เช่น งานเทศกาลภาพยนตร์จากทั่วโลก ค่ายภาพยนตร์ที่ภาพยนตร์เป็นที่นิยมในภูมิภาคเอเชีย ค่ายภาพยนตร์อิสระที่สร้างภาพยนตร์แนวแปลกใหม่ และค่ายภาพยนตร์ในประเทศไทย รวมถึงการผลิตภาพยนตร์ไทย กลุ่มบริษัทได้คำนึงถึงรสนิยม ความเหมาะสม เพศ วัยของผู้บริโภคและพิจารณาสถานะทางเศรษฐกิจของผู้บริโภคเป็นหลัก อีกทั้งพยายามส่งเสริมการผลิตภาพยนตร์ไทยให้มีคุณภาพเป็นที่นิยมของผู้บริโภค
  • กลยุทธ์ด้านการให้บริการที่สนับสนุนเกื้อกูลการดำเนินงานซึ่งกันและกัน
    ปัจจุบันกลุ่มบริษัทเป็นผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสื่อภาพยนตร์แบบครบวงจร ตั้งแต่การจัดหาลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ต่างประเทศและภาพยนตร์ไทย ตลอดจนการเป็นผู้ผลิตภาพยนตร์ไทย รวมทั้งเป็นผู้ผลิตสื่อภาพยนตร์ในรูปแบบ วีซีดี, ดีวีดี และ บลู - เรย์ โดยการจัดจำหน่ายและหรือเผยแพร่ภาพยนตร์ลิขสิทธิ์ของบริษัท ผ่านทางช่องทางต่างๆ ได้อย่างเต็มขีดความสามารถ เนื่องจากกลุ่มบริษัทมีความสัมพันธ์ที่เข้มแข็งกับบริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ที่ประกอบธุรกิจโรงภาพยนตร์ รายใหญ่ในประเทศไทยที่มีโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ ตลอดจนมีการหาพันธมิตรทางธุรกิจรายใหม่อยู่เสมอ ในการดำเนินธุรกิจที่มีสายสัมพันธ์ค่อนข้างครบวงจรดังกล่าว ถือเป็นจุดแข็งของบริษัทเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ประกอบการธุรกิจอื่นที่มีธุรกิจใกล้เคียงกับกลุ่มบริษัท
  • กลยุทธ์ด้านรสนิยมของผู้บริโภค
    เนื่องจากในปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคในการคัดสรรเลือกชมภาพยนตร์เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้ง มีช่องทางในการรับชมผ่านทางสื่อต่างๆมากขึ้น จากปัญหาดังกล่าวจึงทำให้บริษัทต้องปรับตัวเพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค บริษัทตระหนักถึงความสำคัญเกี่ยวกับรสนิยมของผู้บริโภค ตลอดการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีใหม่ๆที่เพิ่มเข้ามา อันเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อผลประกอบการของบริษัท ดังนั้น บริษัทจึงต้องคัดสรรภาพยนตร์และการเพิ่มช่องทางจำหน่ายให้หลากหลายมากขึ้น เพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคทุกกลุ่ม ทุกช่วงวัย ตลอดจนการจัดหาภาพยนตร์ และการผลิตภาพยนตร์ไทยให้ตรงกับรสนิยมของผู้บริโภค เพื่อกระตุ้นการบริโภค สื่อภาพยนตร์ของผู้บริโภคในประเทศไทยให้มากที่สุด

กลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลัก

  • ผู้บริโภคภาพยนตร์ทุกประเภท และทุกวัย
  • โรงภาพยนตร์ในกรุงเทพฯ และ ต่างจังหวัด
  • ผู้ประกอบธุรกิจ Free TV , Cable TV, Digital , IPTV, VOD
  • ผู้ประกอบธุรกิจสื่อโฮมเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ทั่วประเทศ
  • ผู้ประกอบการสื่อภาพยนตร์ในต่างประเทศ

สถานภาพและศักยภาพในการแข่งขัน

ปัจจุบันกลุ่มบริษัทเป็นผู้ประกอบธุรกิจสื่อภาพยนตร์ครบวงจร กล่าวคือ บริษัทเข้าลงทุนในธุรกิจด้านจัดหาและจัดจำหน่ายลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ต่างประเทศ ธุรกิจผลิตภาพยนตร์ไทย และธุรกิจโฮมเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ รวมถึงการเป็นบริษัทย่อยของ บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบธุรกิจโรงภาพยนตร์รายใหญ่ในประเทศไทยที่มีโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ ทำให้บริษัทสามารถเติบโตได้อย่างมีศักยภาพสามารถแข่งขันกับผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น ด้วยจุดแข็งของบริษัททำให้มีโอกาสและช่องทางที่ดีในการบริหารจัดการและบริหารจัดการทรัพยากรต่างๆ ภายในองค์กรได้อย่างสูงสุด อีกทั้ง การสนับสนุนจากสื่อต่างๆ จากกลุ่มบริษัท เช่น สื่อโฆษณา โรงภาพยนตร์ เป็นต้น เป็นผลให้บริษัทสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้มากขึ้น รวมถึงบริษัทสามารถขยายกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นลูกค้าของบริษัทได้อย่างต่อเนื่อง เป็นผลให้ผู้บริโภคมีความสนใจในสื่อภาพยนตร์ของกลุ่มบริษัทมากขึ้น

ตลอดจนการพัฒนาและเพิ่มเติมสื่อ Digital ซึ่งมีความต้องการจากผู้บริโภคมากขึ้น ในปีที่มาบริษัทได้ขยายช่องทางการจัดจำหน่ายภาพยนตร์ผ่านทาง iTunes และ Google play รวมทั้งขยายช่องทางการจัดจำหน่ายลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ไทยออกสู่ตลาดต่างประเทศ เช่น ประเทศกัมพูชา ประเทศลาว ฮ่องกง และ ตามเทศกาลภาพยนตร์ต่างๆ เช่น เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานน์ เป็นต้น เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้อีกช่องทางหนึ่งของบริษัท

การจัดหาผลิตภัณฑ์หรือบริการ

กลุ่มบริษัทเป็นผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับภาพยนตร์ในการจัดหาลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ที่มีคุณภาพ จากเทศกาลภาพยนตร์ต่างๆ ทั่วโลก ดังเช่น ค่ายภาพยนตร์จากฮอลลีวูด ค่ายภาพยนตร์ในภูมิภาคเอเชีย ค่ายภาพยนตร์อิสระ และค่ายภาพยนตร์ภายในประเทศไทย รวมทั้งมีบริษัทย่อยดำเนินการจัดจำหน่ายและผลิตภาพยนตร์ไทย เพื่อฉายผ่าน โรงภาพยนตร์และมีบริษัทย่อยดำเนินธุรกิจจัดทำภาพยนตร์ในรูปแบบโฮมเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ตลอดจนการขายลิขสิทธิ์ในการเผยแพร่ภาพยนตร์ของบริษัทผ่าน Free TV, Cable TV, Digital TV และ Video on demand อีกทั้งมีการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายภาพยนตร์ไทยออกสู่ตลาดต่างประเทศเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่นิยมชมภาพยนตร์ผ่านสื่อรูปแบบต่างๆ

บริษัท เอ็ม พิคเจอร์ส จำกัด

ผู้ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการจัดหาภาพยนตร์ไทยและภาพยนตร์ต่างประเทศเพื่อนำเข้าฉายผ่านโรงภาพยนตร์ ให้บริการจัดจำหน่ายภาพยนตร์ในช่องทางต่างๆ รวมถึงการจำหน่ายลิขสิทธิ์โดยมีค่าตอบแทนแก่ผู้ประกอบธุรกิจโฮมเอ็นเตอร์ เทนเม้นท์ Free TV, Cable TV, Pay TV และ Video On Demand เป็นต้น

  • ลักษณะผลิตภัณฑ์หรือบริการ

    บริษัท เอ็ม พิคเจอร์ส จำกัด เป็นผู้จัดหา ซื้อลิขสิทธิ์และจัดจำหน่ายภาพยนตร์คุณภาพจากต่างประเทศ ทั้งจากยุโรป, อเมริกา และเอเชียของค่ายอิสระต่างๆ รวมถึงภาพยนตร์ไทย เพื่อนำสิทธิ์ดังกล่าวมาบริหารจัดการผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม เช่น ฉายผ่านโรงภาพยนตร์ อนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์โดยมีค่าตอบแทนแก่ผู้ประกอบธุรกิจ โฮมเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ Free TV, Cable TV, Pay TV และ Video On Demand

  • กลยุทธ์ทางการตลาด

    บริษัท เอ็ม พิคเจอร์ส จำกัด เน้นการจัดหาลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ไทยและภาพยนตร์คุณภาพจากต่างประเทศ ทั้งจากยุโรป อเมริกา เอเชีย จากค่ายภาพยนตร์อิสระที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก รวมทั้งพิจารณาถึงความต้องการของผู้บริโภคเป็นหลักมีการคัดเลือกภาพยนตร์แต่ละเรื่องที่จะนำมาฉาย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้มากที่สุดโดยดำเนินการเผยแพร่ภาพยนตร์ซึ่งบริษัทได้สิทธิมาผ่านช่องทางและวิธีการ ดังนี้

    • ฉายผ่านโรงภาพยนตร์ บริษัทจะมีการทำสัญญาส่วนแบ่งรายได้ กับโรงภาพยนตร์ที่นำภาพยนตร์ของบริษัทเข้าฉาย เช่น โรงภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ อีจีวี และเอสเอฟ รวมถึงโรงภาพยนตร์คู่ค้ารายอื่นที่อยู่ต่างจังหวัด โดยกำหนดอัตราส่วนแบ่งชัดเจนกับโรงภาพยนตร์เป็นมาตรฐานเดียวกัน
    • จัดทำแผนการตลาด บริษัทมีทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญและมีความรู้ความสามารถในการวางแผนการตลาดและการโฆษณาภาพยนตร์ของบริษัทในการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในแต่ละเรื่อง เพื่อให้ภาพยนตร์เป็นที่รู้จักและเข้าถึงผู้บริโภคซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด
    • อนุญาตให้สิทธิโดยมีค่าตอบแทน บริษัทขายลิขสิทธิให้ผู้ประกอบธุรกิจโฮมเอ็นเตอร์เทนเม้นท์รายใหญ่ที่มีศักยภาพในการผลิต VCD, DVD, หรือ Blue Ray เพื่อจัดจำหน่ายให้กับลูกค้าทั่วประเทศ
    • อนุญาตให้สิทธิเผยแพร่ภาพยนตร์ของบริษัทผ่าน Cable TV บริษัทได้ให้สิทธิโดยมีค่าตอบแทนแก่ผู้ประกอบการรายใหญ่ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้บริโภค เช่น TRUE Vision, M Channel, เป็นต้น
    • อนุญาตให้สิทธิเผยแพร่ภาพยนตร์ของบริษัทผ่าน Free TV บริษัทได้ให้สิทธิโดยมีค่าตอบแทนแก่ผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์เสรีต่างๆ ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้บริโภค เช่น ช่อง 7, MONO เป็นต้น
    • อนุญาตให้สิทธิเผยแพร่ภาพยนตร์ของบริษัทผ่าน Internet, Video On Demand บริษัทได้ให้สิทธิโดยมีค่าตอบแทนแก่ผู้ประกอบกิจการ Internet, IPTV ซึ่งเป็นช่องทางใหมที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค เช่น iTunes, Google Play, HOOQ เป็นต้น
    • รายได้จากช่องทางดังกล่าวข้างต้นเป็นรายได้หลักของบริษัท เอ็ม พิคเจอร์ส จำกัด ทั้งนี้ บริษัทมีความพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายภาพยนตร์ภาพยนตร์เพื่อเพิ่มผลประกอบการของบริษัทสูงขึ้น

  • ภาวะการแข่งขัน

    ในปีที่ผ่านมาถึงแม้ปัญหาภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว แต่บริษัท เอ็ม พิคเจอร์ส จำกัด ที่ดำเนินธุรกิจผู้นำสิทธิภาพยนตร์ไทยและภาพยนตร์ต่างประเทศมีศักยภาพและความแข่งแกร่งทางด้านเงินทุน ประกอบกับผู้ประกอบธุรกิจเช่นเดียวกับบริษัทมีจำนวนไม่มากทำให้ภาวะดังกล่าวจึงไม่รุนแรง เนื่องจากผู้นำเข้าสิทธิภาพยนตร์แต่ละรายจะมีส่วนแบ่งของตลาดเป็นของตัวเองอย่างชัดเจน ประกอบกับบริษัทเองมีช่องทางการตลาดหลายช่องทางและมีความชัดเจน จึงมีผลกระทบจากเรื่องดังกล่าวไม่มากนัก

  • ลักษณะของลูกค้า

    ลูกค้าโดยตรงของบริษัท คือ ผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์ ผู้ประกอบธุรกิจโฮมเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ผู้ประกอบธุรกิจ Cable TV และผู้ประกอบธุรกิจ Free TV และTV digital รวมทั้งผู้ประกอบการทางด้านสื่อ Digital โดยบริษัทมีลูกค้าทางอ้อมเป็นผู้บริโภครายย่อยซึ่งชมภาพยนตร์และหรือซื้อสื่อภาพยนตร์จากผู้ประกอบธุรกิจคู่ค้าของบริษัท

บริษัท เอ็ม วี ดี จำกัด

ดำเนินธุรกิจผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเป็นสื่อวีซีดี ซีดี ดีวีดี และบลู-เรย์ โดยการซื้อลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ต่างประเทศ ค่ายอิสระจาก บริษัท เอ็ม พิคเจอร์ส จำกัด และคู่ค้าทางธุรกิจ เช่น บริษัท ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท โมโน ฟิล์ม จำกัด และลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ไทย บริษัท เอ็ม เทอร์ตี้ไนน์ จำกัด บริษัท ทาเลนต์ วัน จำกัด และบริษัท ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม จำกัด รวมถึงค่ายผู้ผลิตภาพยนตร์ไทยอิสระต่างๆ

  • ลักษณะผลิตภัณฑ์หรือบริการ

    บริษัท เอ็ม วี ดี จำกัด ดำเนินการจัดซื้อลิขสิทธิ์ภาพยนตร์คุณภาพที่ได้รับความนิยมทั้งไทยและต่างประเทศ เพื่อนำมาผลิตในรูปแบบ ดีวีดี วีซีดี และบลู - เรย์ และออกจำหน่ายทั่วประเทศ

  • กลยุทธ์ทางการตลาด

    บริษัท เอ็ม วี ดี จำกัด ได้คัดสรรภาพยนตร์หลากหลายประเภท ทั้งไทยและต่างประเทศ ที่ได้รับความนิยมเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการชมภาพยนตร์ภายในที่พักอาศัยให้ได้มากที่สุด โดยเน้นทั้งรูปแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีความน่าสนใจและตามกระแสนิยมเพื่อให้ผู้บริโภคที่เลือกซื้อสินค้าสามารถเก็บสะสมไว้ได้มากกว่าการเลือกซื้อเพื่อรับชมเพียงอย่างเดียว นอกจากการมีแผนผลิตจัดจำหน่ายแล้ว บริษัทได้คำนึงถึงการจัดให้มีตัวแทนจำหน่ายภาพยนตร์ลิขสิทธิ์ของบริษัทที่เป็นพันธมิตรที่เข้มแข็ง ได้แก่ 7Eleven, B2S, Boomerang, DNA เป็นต้น พร้อมกันนี้บริษัทได้พยายามมุ่งเน้นที่จะเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายอื่นๆ เพื่อกระจายสินค้าของบริษัทสู่ผู้บริโภค เช่น Lazada และ Tarad.com เพื่อเพิ่มยอดรายได้ของบริษัท

  • ภาวะการแข่งขัน

    ในปีที่ผ่านมา ภาพรวมของธุรกิจโฮมเอ็นเตอร์เทนเม้นท์หดตัวค่อนข้างมาก ทำให้ยอดขายและรายได้ของบริษัทไม่เป็นไปตามเป้าหมาย แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากบริษัทมีพันธมิตรทางธุรกิจ มีช่องทางการเผยแพร่สินค้าและบริการโดยผ่านตัวแทนจำหน่าย และศูนย์บริการทุกภูมิภาค ประกอบกับบริษัทได้หาภาพยนตร์คุณภาพและมีศักยภาพในการดึงดูดให้ผู้บริโภคหันมาเลือกชมภาพยนตร์ของบริษัท เมื่อเทียบกับคู่แข่งขันรายอื่นที่ประกอบธุรกิจเดียวกับบริษัท จึงทำให้บริษัทมีศักยภาพในการแข่งขันทางธุรกิจทัดเทียมกับผู้ประกอบการรายอื่น

บริษัท เอ็ม เทอร์ตี้ ไนน์ จำกัด

    บริษัท เอ็ม เทอร์ตี้ ไนน์ จำกัด ดำเนินธุรกิจผลิตภาพยนตร์ไทย เพื่อเผยแพร่ภาพและเสียงผ่านทางโรงภาพยนตร์ อนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์โดยมีค่าตอบแทนแก่ผู้ประกอบธุรกิจโฮมเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ผลิตสื่อภาพยนตร์ประเภท วีซีดี ดีวีดี และบลูเรย์ เพื่อจัดจำหน่าย ตลอดจนขายลิขสิทธิ์ผ่านทางสื่อทีวี และสื่อดิจิตอล

  • ลักษณะผลิตภัณฑ์หรือบริการ

    บริษัท เอ็ม เทอร์ตี้ ไนน์ จำกัด ดำเนินธุรกิจในด้านผลิตภาพยนตร์ไทย โดยบริษัทมีเป้าหมายที่จะผลิตภาพยนตร์ที่มีคุณภาพโดยมีแผนที่จะผลิตภาพยนตร์ออกมาสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยที่ประมาณ 3-5 เรื่องต่อปี โดยมีลักษณะเนื้อหาแตกต่างกันออกไป ซึ่งผลงานในปี 2559 ที่ผ่านมา มีภาพยนตร์เรื่อง มหาลัยเที่ยงคืน ป๊าด 888 และ จำเนียร วิเวียน โตมร

  • กลยุทธ์ทางการตลาด

    เนื่องจากปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคที่คัดสรรการเลือกชมภาพยนตร์มากขึ้น และมีผู้ผลิตภาพยนตร์ไทยมากขึ้น บริษัทจึงได้วางกลยุทธ์ทางการตลาดตลอดจนการโฆษณาประชาสัมพันธ์ในช่วงระยะเวลาที่เหมาะสมเพื่อนำเสนอผลงานภาพยนตร์ไทยของบริษัทให้สอดคล้องกับรสนิยมของผู้บริโภคให้มากที่สุด

    นอกจากนั้น การที่กลุ่มบริษัทมีธุรกิจบันเทิงแบบครบวงจรทำให้สามารถบริหารจัดการทรัพยากรที่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร อีกทั้งผลจากส่วนงานธุรกิจของกลุ่มบริษัทที่เพิ่มขึ้นก่อให้เกิดรายได้จากการสนับสนุนและจากการโฆษณาของธุรกิจผลิตภาพยนตร์ที่เพิ่มขึ้น

  • ภาวะการแข่งขัน

    ในปัจจุบันธุรกิจผลิตภาพยนตร์ในประเทศไทยมีเป็นจำนวนมาก ทั้งที่ประสบความสำเร็จและไม่ประสบความสำเร็จ บริษัท เอ็ม เทอร์ตี้ ไนน์ จำกัด เป็นผู้ผลิตภาพยนตร์ไทยที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้สามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการรายอื่นได้ ซึ่งในปีที่ผ่านมาภาพยนตร์ไทยของบริษัทที่ผลิตและนำออกจำหน่ายได้รับการตอบรับจากผู้บริโภค โดยภาพยนตร์ของบริษัทที่ประสบความสำเร็จ คือภาพยนตร์เรื่องมหาลัยเที่ยงคืน ป๊าด 888 และ จำเนียร วิเวียน โตมร แสดงให้เห็นว่าการสร้างภาพยนตร์ไทยของบริษัทสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นที่น่าพอใจ

บริษัท ทาเลนต์ วัน จำกัด

บริษัท ทาเลนต์ วัน จำกัด ดำเนินธุรกิจผลิตภาพยนตร์ไทยเพื่อเผยแพร่ภาพและเสียงผ่านทางโรงภาพยนตร์ อนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์โดยมีค่าตอบแทนแก่ผู้ประกอบธุรกิจโฮมเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ผลิตสื่อภาพยนตร์ประเภท วีซีดี ดีวีดี และบลูเรย์ เพื่อจัดจำหน่าย ตลอดจนขายลิขสิทธิ์ผ่านทางสื่อทีวี และสื่อดิจิตอล และยังดำเนินการผลิต จัดพิมพ์และ จัดจำหน่ายพ็อคเก็ตบุ๊คส์ด้วย

  • ลักษณะผลิตภัณฑ์หรือบริการ

    บริษัท ทาเลนต์ วัน จำกัด ดำเนินธุรกิจในด้านผลิตภาพยนตร์ไทย ดำเนินการทำพ็อตเก็ตบุ้คและรับจ้างผลิตละครซีรีย์เพื่อฉายทางฟรีทีวี โดยในปี 2559 บริษัทไม่มีภาพยนตร์ออกฉายในโรงภาพยนตร์ ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างศึกษาและพัฒนาบทภาพยนตร์ แต่อย่างไรก็ตามบริษัทได้ผลิตละครซีรี่ย์เรื่อง เจ็ดวันจองเวร 2-3 ออกกฉายทางช่อง Workpoint

  • กลยุทธ์ทางการตลาด

    เนื่องจากปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคที่คัดสรรการเลือกชมภาพยนตร์มากขึ้น ตลาดภาพยนตร์ไทยค่อนข้าง ซบเซาเมื่อเทียบกับปีก่อน บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการวิจัยพัฒนาบทภาพยนตร์มากขึ้นเพื่อให้ตรงความต้องการกับผู้บริโภคมากที่สุด

  • ภาวะการแข่งขัน

    ในปัจจุบันธุรกิจสร้างภาพยนตร์ในประเทศไทยมีเป็นจำนวนมาก ทำให้มีการแข่งขันค่อนข้างสูง แต่อย่างไรก็ตามบริษัทมีกลุ่มธุรกิจที่มีความเข้มแข็งที่คอยให้ความสนับสนุนเป็นอย่างดี ทั้งโรงภาพยนตร์ ธุรกิจโฮมเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ปัจจัยที่กล่าวมานี้จะช่วยทำให้บริษัทมีศักยภาพการแข่งขันในธุรกิจประเภทนี้ได้

บริษัท แปซิฟิค มีเดีย เซลล์ จำกัด

ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่าย ให้เช่า แผ่นซีดี แผ่นวีดีทัศน์ ที่เกี่ยวกับภาพยนตร์ ละคร รายการโทรทัศน์ เพลง ดนตรี เกมส์

  • ลักษณะผลิตภัณฑ์หรือบริการ

    ปัจจุบันบริษัทจัดจำหน่ายแผ่น ซีดี วีซีดี ดีวีดี ภาพยนตร์ที่เป็นสินค้าค้างจำหน่ายในคลังสินค้า

  • กลยุทธ์ทางการตลาด

    บริษัทพยายามบริหารจัดการสินค้าค้างจำหน่ายในคลังสินค้า โดยวิธีการนำแผ่นภาพยนตร์ค้างจำหน่ายเป็นเวลานานมาปรับเปลี่ยนรูปแบบ หีบห่อให้มีความทันสมัย เพื่อจำหน่ายผ่านทางตัวแทนจำหน่ายและให้เช่าในศูนย์เช่า

  • ภาวะการแข่งขัน

    เนื่องจากบริษัทในกลุ่มประกอบธุรกิจจัดจำหน่าย วีซีดี ดีวีดี บริษัทจึงอาศัยช่องทางดังกล่าวเผยแพร่ผลิตภัณฑ์ของบริษัท ประกอบกับธุรกิจของบริษัทเป็นธุรกิจเสริมของกลุ่มบริษัทจึงไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะการแข่งขันโดยตรง

บริษัท เมตาคอกนิชั่น จำกัด

ดำเนินธุรกิจผลิตสื่อโฆษณาในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์

  • ลักษณะผลิตภัณฑ์หรือบริการ

    สื่อโฆษณาในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงการวางแผนการใช้สื่อโฆษณาให้เหมาะสมกับสินค้าและบริการ ตามช่วงเวลาของการโฆษณาสินค้าและบริการนั้นๆ

  • กลยุทธ์ทางการตลาด

    บริษัทผลิตสื่อโฆษณาให้ทันสมัยอยู่เสมอ โดยการศึกษาทิศทางความนิยมของสังคม ประกอบกับบริษัทมีทีมงาน ที่มีความรู้ความสามารถและมีประสบการทำงานอย่างยาวนานในธุรกิจโฆษณา

  • ภาวะการแข่งขัน

    ปัจจุบันธุรกิจการผลิตสื่อโฆษณามีการแข่งขันของค่อนข้างสูง แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยศักยภาพและประสบการณ์ของทีมงานทำให้ภาพรวมของธุรกิจเป็นที่น่าพอใจ